ประกันภัยรถยนต์ 3 พลัส, ประกันภัยรถยนต์ 2 พลัส
ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3, ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1
โดยบริษัทประกันภัยชั้นนำ ความคุ้มครองสูง
เบี้ยประกันราคาถูกและบริการที่เชื่อถือได้

    ID : karn-insure3plus.com

<< Back

วิธีการบริหารเงินออม

วิธีการบริหารเงินออม

ว่าด้วย "วิธีการบริหารเงินออม" ซึ่งการบริหารจัดการให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นไม่ใช่การเอาเงินทั้งก้อนไปฝากบัญชีปิดตายไว้เพียงส่วนเดียว จึงจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการให้เหมาะสมด้วย
 
โดยเราจะแยกเงินออมส่วนนี้ออกใส่เป็นส่วนย่อย 3 ส่วน ในเนื้อหานี้ขอเรียกว่า "ตุ่ม" โดยมีตุ่ม A, B, C เราจะไล่ตักเงินใส่ตุ่ม A ให้เต็มก่อน แล้วจึงไล่ไปใส่ตุ่ม B และ C ตามลำดับ
 
ตุ่ม A = เงินสดเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน
- คือยามเจ็บไข้ได้ป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝัน ต้องจ่ายเงินเป็นจำนวนครั้งละมากๆ เช่น รถเสียต้องยกเครื่องใหม่ ฯลฯ
 
ตุ่ม B = เงินประกันเพื่อความเสี่ยงขั้นวิกฤต
- คือเผื่อเกิดเหตุร้ายขนาดทำงานไม่ได้หรือถึงกับเสียชีวิต แล้วมีครอบครัวมีพ่อแม่ลูกเมียอยู่ข้างหลัง จะได้ไม่เดือดร้อนภายหลัง
 
ตุ่ม C = เงินออมเย็นเพื่อความอยู่เย็นเป็นสุข
- เก็บเพื่อจะรวย มีกินมีใช้อย่างสบายๆ
 
โดยในเนื้อหาสาระนี้ ผมอยากยกตัวอย่างการออมแบบ "ตุ่ม B = เงินประกันเพื่อความเสี่ยงขั้นวิกฤต" ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการวางแผนบริหารความเสี่ยง ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างไม่คาดคิด
 
เงินตุ่ม B คือการประกันความเสี่ยงแผนสำรอง หากเจอเหตุที่หนักหนาสาหัสยิ่งกว่าตุ่ม A เรียกได้ว่าเป็นการป้องกันเงินออกจากตุ่ม A ให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น นั่นก็คือ "การทำประกันภัย"
 
"ประกันภัย" นั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ ประกันภัยทรัพย์สินและประกันชีวิต-สุขภาพ
 
ผมขอยกตัวอย่างที่ "ประกันภัยทรัพย์สิน" ซึ่งการประกันที่ควรจะทำไว้กับทรัพย์สินที่อยู่ใกล้ตัวคือ "ประกันภัยรถยนต์" เพราะอุบัติเหตุบนท้องถนนสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาและมักเกิดขึ้นได้อย่างไม่ทันคาดคิด แม้ว่าขณะนั้นเราจะมีสติเต็มสมบูรณ์และไม่มีความประมาทก็ตาม
 
เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาแล้ว เราต้องถามตัวเองขึ้นมาอีกว่า "เราจะเอาเงินจากตุ่มไหนไปจ่ายค่าซ่อมรถของเราเองและอาจรวมถึงคู่กรณีหากเราเป็นฝ่ายผิด" ซึ่งยังไม่นับรวมค่ารักษาพยาบาลที่อาจจะเกิดขึ้นอีกด้วย
 
การทำประกันภัยรถยนต์นั้นถือเป็นการออมอย่างหนึ่งในรูปแบบที่ไม่ได้เป็นตัวเงินสดกลับคืนมา แม้บางคนอาจจะกล่าวว่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ค่อนข้างแพงเป็นหลักหมื่น แต่ถ้าหากเทียบกับความเสี่ยงเรื่องความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับรถทั้งคัน ก็คิดเป็นเพียงไม่ถึง 5%
 
ยกตัวอย่างเช่น รถยนต์คันหนึ่งเพิ่งซื้อมาในราคา 500,000 บาท และจ่ายเบี้ยประกันภัยรถยนต์คันนี้ 10,000 บาท ซึ่งคุ้มครองรถไปเป็นระยะเวลา 1 ปี เทียบเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วก็คือ ออมเงิน 2% ของรถคันนี้เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะทำให้เราต้องเสียรถยนต์ไปทั้งคันเมื่อเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง แทนที่เราจะต้องเสียค่าซ่อมจำนวนมากโดยควักจากตุ่ม A มาทั้งหมด เราอาจจะไม่จำเป็นต้องควักเงินแม้สักบาทเลยก็เป็นได้
 
ดังนั้น ประกันภัยรถยนต์ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งของผู้ที่มีรถยนต์ในครอบครอง และวิธีการซื้อประกันภัยรถยนต์ ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมของเงินสดที่จะเก็บแบบไม่ได้คืนในตุ่ม B นี้ด้วย โดยพิจารณาจากชื่อเสียงและศักยภาพความน่าเชื่อถือของบริษัทประกันภัยนั้นก่อนจะนำเงินไปออมไว้
 
หลักในการซื้อประกันภัย คือ มีไว้สำหรับแบ่งเบาความเสี่ยง และช่วยบรรเทาปัญหาที่เกิดจากการสูญเสียทรัพย์สิน หรือการเกิดอุบัติเหตุ ที่จะก่อให้เกิดความเสียหายสูงต่อชีวิตและทรัพย์สิน ได้แก่ บ้าน รถยนต์ การรักษาพยาบาล เป็นต้น ผู้เอาประกันควรตรวจดูวงเงินความคุ้มครองต่างๆ ให้แน่ใจว่าเหมาะสมตามที่ต้องการ และครอบคลุมสิทธิประโยชน์มากที่สุดในอัตราเบี้ยที่เท่ากันรวมถึงพิจารณาเลือกซื้อ แผนประกันภัยให้ตรงกับความต้องการให้มากที่สุด เช่น หากไม่จำเป็นต้องซื้อประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 อาจเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ 2 พลัสประกันภัยรถยนต์ 3 พลัส หรือประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 ที่มีราคาถูกลงมา เพื่อให้เหมาะสมกับกำลังในการซื้อของแต่ละคน
 
เครดิตบทความ : หนังสือ รวย เร็ว แรง ด้วยหุ้น Forex II

Tag : วิธีการบริหารเงินออม , การบริหารเงินออม‬ , การประกันความเสี่ยง‬ , ประกันภัยรถยนต์‬ , วิธีออมเงิน‬

วัน/เวลา สร้างบทความ : 25/08/2015 , 08:32 AM



          หน้าหลัก
          เมนูหลัก

     - วิธีการชำระเงิน
     - วิธีจัดส่ง
     - เกี่ยวกับเรา
     - ติดต่อเรา
          บทความ
Support All Web Browsers
© 2012 Insure3Plus.com, All Rights Reserved.